คำถาม

หน้า : 1 | 2


Q: ทางเลือกการนำชีวมวลเป็นพลังงาน
ชีวมวลมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงได้ดีเช่นเดียวกับเชื้อเพลิงอื่นๆ การนำไปใช้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องทราบคุณสมบัติของชีวมวลนั้นก่อนว่าเป็นอย่างไร จากนั้นออกแบบเครื่องมือ เครื่องจักรให้สอดคล้องกับชีวมวลนั้นๆ ปัจจุบันมีการใช้ชีวมวลกับครัวเรือนและในอุตสาหกรรม
1. ทดแทนถ่านหิน
2. ทดแทนน้ำมันเตา
3. ผลิตไฟฟ้า


Q: ศักยภาพและประสิทธิภาพของเครื่องจักรของบริษัทเป็นอย่างไร
บริษัทได้นำจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ของหลากหลายประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลกมาปรับปรุงและประยุกต์ เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศเรามากที่สุด สำหรับการลงทุนในเครื่องจักรที่เป็นเครื่องจักรหลักบริษัทจะได้นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ ทั้งนี้มีเครื่องจักรและอุปกรณ์อีกหลายตัวที่เป็นของไทย
ศักยภาพของเครื่องจักร เรียกได้ว่า 100% สามารถเดินเครื่องได้ติดต่อกันนาน 24 ชั่วโมง แต่มีข้อแนะนำควรหยุดพักเพื่อเปลี่ยนนำมันเครื่องประมาณ 3-6 ชั่วโมงทุกๆ500 ชั่วโมง ของการเดินเครื่อง


Q: มีวิธีอย่างไรในการเลือกใช้ชีวมวลกับเทคโนโลยี Gasification
ชีวมวลที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในระบบ Gasificationได้ต้องมีขนาดที่เหมาะสม สม่ำเสมอ และความชื้นไม่ควรเกิน 20% เช่น แกลบ ชี้เลื่อยอัดแท่ง ทางปาล์ม เหง้ามันสำปะหลัง ชานอ้อย เศษไม้เล็กๆ ซังข้าวโพด (ที่โรงงานใช้อยู่ปัจจุบัน)
ชีวมวลที่ไม่ควรนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงคือชีวมวลที่มีขนาดเล็ก เช่น ขี้เลื่อยป่น เพราะอากาศไม่สามารถไหลผ่านได้หรือที่มีขนาดใหญ่เกินไป เช่น ปีกไม้ที่ยังไม่ได้ย่อย เพราะการเผาไหม้ไม่ทั่วถึง


Q: ข้อจำกัดของการนำชีวมวลเป็นพลังงาน
ชีวมวลมีรูปร่างหลากหลาย แหล่งกำเนิดกระจัดกระจายและปริมาณที่เกิดขึ้นในแต่ละปีขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศอีกด้วย ดังนั้นการนำชีวมวลมาใช้เป็นพลังงาน จึงมีข้อควรคำนึงดังนี้
  1. ชีวมวลมีน้ำหนักเบา ถ้าขนส่งชีวมวลทางรถบรรทุก ต้องขนส่งมากเที่ยว นอกจากจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชุมชนในด้านการจราจร ความปลอดภัยในการใช้ถนน ยกตัวอย่างปริมาณบรรทุก แกลบ น้ำหนักบรรทุกเฉลี่ยของรถบรรทุก 10ล้อ 7 ตัน
  2. ชีวมวลส่วนใหญ่มีความชื้นสูง การออกแบบห้องเผาไหม้ต้องใหญ่ขึ้นและถ้าความชื้นสูงมาก อาจต้องติดตั้งอุปกรณ์ลดความชื้น ทำให้เสียเงินลงทุนเพิ่ม
  3. ขี้เถ้าชีวมวลบางชนิดมีจุดหลอมเหลวต่ำ ถ้าอุณหภูมิเผาไหม้สูงเกินไป จะทำให้ขี้เถ้าหลอมเหลวละลายติดในห้องเผาไหม้ มีผลให้เครื่องจักรประสิทธิภาพลดลง

Q: สัญญาซื้อขายกับการไฟฟ้า
บริษัทมีสถานภาพเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 1 MW ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แบบ Non-Firm มีสัญญาซื้อขายปีต่อปีและสัญญาจะถูกต่อโดยอัตโนมัติหากไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา โดยคิดเป็นค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 3.3 บาทต่อหน่วย และยังมีส่วนเพิ่มราคารับซื้ออีก 30 สตางค์ต่อหน่วย และคาดว่าจะได้รับการปรับเพิ่ม

Q: ทำไมถึงต้องตัดสินใจลงทุนกับโรงไฟฟ้าชีวมวลหรือโรงไฟฟ้าชุมชนของบริษัท
ความเสี่ยงน้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ มองในแง่เทคโนโลยี มีความปลอดภัยสูง ศักยภาพการทำงานเต็มที่ ด้านเชื้อเพลิง ถึงแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่สามารถลดปัญหาตรงนี้ได้ด้วยการหาพื้นที่ปลูกเชื้อเพลิงสำรอง ด้านเงินลงทุน- รายได้ การลงทุนอยู่ระหว่าง 30- 90 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุน 6-8 ปี ทั้งนี้จากสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่แต่เฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้นและค่า FT ที่ไม่เคยลดลงมีแต่เพิ่มขึ้นทุกปีๆ และเชื่อแน่ว่าโรงไฟฟ้าขนาดเล็กนี้จะเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดวิกฤตปัญหาพลังงานของประเทศไทย

Q: การบริหารงานโรงไฟฟ้าเป็นอย่างไร
เริ่มตั้งแต่การผลิต การขาย และการบริการหลังการขาย แต่งานของโรงฟ้ามีแต่การผลิต ส่วนการขายนั้นถือว่ามีผู้ซื้อน้อยราย และถ้าขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือ การไฟฟ้าส่วนภูมภาค จะไม่มีปัญหาด้านการขายแต่อย่างใด

Q: เครื่องจักรจดทะเบียนในนามใคร
เมื่อผู้ลงทุนตัดสินใจทำโรงไฟฟ้าชีวมวลกับทางบริษัทแล้ว เรื่องเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งต้องทำการจดทะเบียนกรรมสิทธ์เครื่องจักร ที่กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมหรืออุตสาหกรรมจังหวัด ในนามผู้ลงทุน ทาบริษัทจะทำการ Turnkey ให้เท่านั้น

Q: การลดความเสี่ยงในการจัดหาชีวมวลมีวิธีอย่างไร
การนำชีวมวลมาเป็นพลังงานมีความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดปี และเป็นความเสี่ยงที่กำจัดออกไม่ได้แต่สามารถบริหารให้ลดลงได้ดังนี้
1. ศึกษาศักยภาพชีวมวลที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงว่ามีอะไรบ้าง แหล่งที่มา ปริมาณที่เกิดต่อปี ปริมาณคงเหลือและราคา
2. กำหนดชีวมวลที่จะนำมาเป็นเชื้อเพลิง มากกว่า 1ชนิด
3. กำหนดพื้นที่เป้าหมายและแหล่งชีวมวลในระยะ 50 กิโลเมตร
4. ควรมีพื้นที่จัดเก็บชีวมวลไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีนอกฤดูกาล
5. พิจารณาว่าซื้อผ่านคนกลางหรือซื้อโดยตรง
6. การซื้อชีมวลส่วนใหญ่อยู่ในรูปเงินสด ถ้ามีเงินมัดจำล่วงหน้าจะได้เปรียบ


Q: ใช้ชีวมวลหลายๆชนิดพร้อมกัน?
ไม่ควรใช้พร้อมกันเพราะประสิทธิภาพของก๊าซที่ได้จะไม่เสถียร แต่เมื่อ process ครั้งหนึ่งๆ เสร็จสามารถเปลี่ยนใช้ชีวมวลประเภทอื่นได้

Q: น้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้าที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วสามารถนำมาใช้ในงานเกษตรกรรมได้หรือไม่
ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าเป็นระบบปิด น้ำหล่อเย็นจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่และควบคุมไม่ให้สารละลายเกินกว่าที่กำหนด โดยการดึงน้ำออกบางส่วน และเติมน้ำเข้าไปใหม่ น้ำที่ถูกดึงออกมา เมื่อถูกทิ้งไว้ในบ่อพักน้ำเป็นเวลา 40-60 วันก็จะสามารถนำไปใช้กับงานเกษตรกรรมได้

Q: ผลกระทบด้านน้ำเป็นอย่างไร
ใช้น้ำหมุนเวียนในระบบเพื่อลดอุณหภูมิก๊าซก่อนเข้าเครื่องยนต์ โดยน้ำบางส่วนจะสูญเสียระหว่างการลดอุณหภูมิ และจะเติมน้ำเข้าไปในระบบหมุนเวียนประมาณ 1-2 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น ทั้งนี้น้ำที่ใช้ในระบบหมุนเวียนดังกล่าวจะไม่ถูกปล่อยทิ้งออกนอกพื้นที่โครงการ

Q: ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจชุมชนเป็นอย่างไร
โรงไฟฟ้าที่ตั้งขึ้นจะช่วยส่งผลดีต่อชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนภายในท้องถิ่น ในรูปค่าจ้างแรงงาน ค่าเชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งปริมาณเงินหมุนเวียนดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ประชากรภายในพื้นที่

Q: ผลกระทบด้านอากาศเป็นอย่างไร
โรงงานได้ใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่มีกำมะถัน ทำให้กระบวนการเผาไม่มีสสารที่ก่อให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ลดปัญหาการปล่อยก๊าซพิษ ส่วนปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ มีปริมาณน้อยมาก ซึ่งต้นไม้ทั่วไปสามารถดูดซับไปใช้ในการสังเคราะห์แสงต่อไปได้
 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2008 Thai-GreenEnergy.com
บริษัท ซูพรีม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด
141 ซอยสิรินธร 7 ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
Telephone: +662 4352297, +662 8866070 ::: FAX: +662 4352296